1212 OCC ข่าวสาร

แฉกลโกงขั้นเซียน เตือนภัยซื้อของออนไลน์


วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 | อ่าน 2559 ครั้ง

แฉกลโกงขั้นเซียน เตือนภัยซื้อของออนไลน์
 
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าซื้อขายออนไลน์เป็นอาชีพยอดฮิตในยุคนี้  ไม่ว่าจะเป็นซื้อขายแบบพรีออเดอร์ แบบตัวแทนขาย หรือซื้อขายผ่านกลุ่มในเฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ และแฟนเพจต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีกลโกงแฝงอยู่มากมาย ไม่ว่าจะมาจากฝั่งคนซื้อ หรือฝั่งคนขายก็ตามที แต่วันนี้จะพามาดูกลโกงแบบใหม่ ที่ต้องบอกว่าเร้นลับซ่อนเงื่อน อย่างกับหนังสืบสวนจากฮอลลีวูดเพื่อเอาไว้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับการซื้อของในโลกออกไลน์และขอย้ำเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น

แฉกลโกงขั้นเทพ

  • มิจฉาชีพจะทำทีติดต่อซื้อสินค้าจากผู้ขายทั่วไป ขอสมมุติว่าเป็น นาย ก. และทำทีโอนเงินซื้อ-ขาย สินค้าปกติ
  • เหล่า 18 มงกุฎ จะขอหลักฐานทั้งสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาสมุดบัญชีธนาคารจากนาย ก. เพื่ออ้างว่าเป็นหลักฐานในการซื้อ-ขาย และมันใจว่าจะไม่โดนโกง
  • หากนาย ก. หลวมตัวให้เอกสารไป มิจฉาชีพก็จะนำเอกสารดังกล่าวไปหลอกผู้ซื้อสินค้า(ขอสมมุติว่าเป็น นาย ข.) อีกครั้งหนึ่ง
  • วิธีการที่หลอกนาย ข. คือ แก๊งโจรก็ตั้งตัวเป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ซะเอง เพื่อหลอกนาย ข. ที่หลงเชื่อว่าสินค้าดี ตามท้องตลาดมีอยู่จริง
  • แก๊งโจรก็จะทำให้นาย ข. ตายใจ ด้วยการส่งหลักฐานเอกสารต่างๆ  ซึ่งหลอกเอามาจาก นาย ก. นั่นเอง
  • เมื่อ นาย ข. หลงเชื่อและยืนยันการโอนเงินไปบัญชีนาย ก. โดยไม่รู้ตัว แก๊งโจร ก็สวมรอยว่าโอนเงินไปให้นาย ก. แล้ว และโทรไปบอก อีกว่าได้โอนเงินเกินจำนวนไป ให้นำเงินมาคืนพร้อมกับส่งสินค้าที่สั่งไว้ด้วย เท่านี้ ทั้งนาย ก. และนาย ข. ก็ตกเป็นเหยื่อ ไปโดยไม่รู้ตัว  

         สุดท้ายแล้วโจรกลุ่มนี้ ยังลอยนวลและยังตามจับกุมกันอยู่ นาย ข. ก็ตกกระไดพลอยโจนจะโดนดำเนินคดีไปด้วยอีกต่างหาก นับว่าเป็นวิธีที่แยบยลและเป็นกลโกงที่ผู้ซื้อ-ผู้ขายต้องระวังเมื่อช้อปสินค้าออนไลน์ หากไม่มั่นใจในการซื้อขาย วิธีง่าย ๆ ก็ลองเอาบัญชีธนาคารหรือเบอร์โทรศัพท์ ไปค้นหาจากเว็บประกาศซื้อ-ขาย ยอดนิยม ก็เป็นการเช็กเบื้องต้นอีกวิธีนึง แต่หากใครพลาดโดนหลอกไป อย่าเพิ่งตกใจ เราเอาวิธีแก้ไขมาฝาก

เมื่อโดนโกงต้องทำยังไง สำหรับใครที่โดนหลอกอย่าตกใจ ทำใจให้สบาย ตั้งสติ แล้วทำตามคำแนะนำของ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางตามนี้เลย 

  1.  เก็บรายละเอียดหลักฐานการคุยให้มากที่สุด เอกสารหลักฐานการโอนเงิน หลักฐานการติดต่อตั้งแต่เบอร์โทรศัพท์ e-mail หมายเลขพัสดุ พิมพ์ออกมาเป็นเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
  2.  แจ้งความกับ สน.ท้องที่ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวันและออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
  3.  นำใบแจ้งความไปขอหมายเลข IP จากผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อติดตามและแกะรอยมิจฉาชีพ
  4.  นำเอกสารทั้งหมดไปแจ้งกับ สน.ท้องที่ เพื่อออกหมายจับและจับกุมตัว หรือส่งหลักฐานไปให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)  

แนะนำว่า : ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด" อย่าแจ้งเพียงว่า แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (ถ้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเฉยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเพิกเฉย เพราะถือว่าการแจ้งแบบนี้แปลว่าเจ้าทุกข์จะดำเนินการทางศาลด้วยตนเอง)  แถมท้ายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้คำแนะนำว่า กลุ่มมิจฉาชีพส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย แบ่งเป็นข้อ ๆ ตามนี้

  1. ขายสินค้าถูกกว่าท้องตลาดเกินไป
  2. หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่มีหลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  3. เมื่อโอนเงินแล้วผู้ขายจะหายตัวไป ปิดช่องทางการติดต่อทุกทาง
  4. เปลี่ยนชื่อและเบอร์โทรฯ ไม่ซ้ำกัน
  5. นัดเจอเพื่อรับของก่อนแล้วโอนทีหลัง
  6. ปลอม SMS จากธนาคารเพื่อหลอกโอนเงิน หรือหลอกว่าให้โอนเงินคืน เพราะโอนเงินเกิน
  7. อ้างว่า เว็บซื้อขายสินค้า เป็นคนกลางในการซื้อขายสินค้า ให้เหยื่อติดต่อรับเงินจากคืนเว็บไซต์นั้นๆ เอง

สุดท้ายกลโกงที่มาเหนือเมฆยังไง ก็ขอให้ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขายตรวจสอบหลักฐานดี ๆ ถ้าไม่มั่นใจก็ยกเลิกการซื้อ-ขายกัน อาจจะเสียลูกค้าไปบ้างแต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าโอกาสการถูกโกงลดลงแน่นอน จะได้ไม่เสียทั้งน้ำตาและเวลากับในการจับโจร ก็เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่เอามาเล่า เอามาแชร์ ให้ระวัง ตัวกันเยอะ ๆ นะ 

เครดิต: Healthyliving by Allianz AYUDHYA. http://www.healthyliving.in.th/detail.aspx?id=78829&from=content&catId=1645

และสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนออนไลน์ มาที่ Website: http://www.1212occ.com/home ได้เช่นกัน